การทำบุญครบรอบวันเกิด
วันเกิดเป็นวันสำคัญ ของชีวิต เมื่อวันคล้ายวันเกิดเวียนมาครบรอบ  สำหรับชาวพุทธมีความเชื่อว่าการทำบุญจะเพิ่มความเป็นสิริมงคล ทำให้ชีวิตยืนยาว และเจริญรุ่งเรือง ยังเป็นการเริ่มต้นสำหรับอายุปีต่อไปด้วย

การทำบุญวันเกิดเริ่มตั้งแต่สมัยพุทธกาล มีพราหมณ์  2 สามีภรรยา พาลูกไปหาเพื่อนพราหมณ์ในป่า และบอกว่าลูกจะเสียชีวิตใน ๗วัน จึงแนะนำให้ไปกราบพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ได้แนะ ให้นิมนต์พระสงฆ์ สวดพระปริตรตลอด ๗ วัน ในวันสุดท้าย พระพุทธองค์ทรงเสด็จ ด้วยพระองค์เอง  เด็กฟังพระปริตรครบ๗วัน   ก็อยู่รอดปลอดภัยมีอายุถึง 120 ปี

สำหรับประเทศไทยเริ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งยังผนวชอยู่ โดยทรงมีพระราชดำริว่า การที่คนเรามีอายุวนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง โดยไม่ตายไปเสียก่อน ถือเป็นลาภอันประเสริฐจึงควรยินดี และบำเพ็ญกุศล ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น จึงทำให้เกิดการทำบุญวันเกิดที่เรียกว่า เฉลิมพระชนมพรรษา ขึ้น โดยมีการสวดมนต์เลี้ยงพระจำนวน 10 รูป และถวายสิ่งของแก่พระสงฆ์ สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

วิธีปฏิบัติ ในการทำบุญวันเกิด นั้น ถ้าจะได้อานิสงส์ เริ่มต้นจากการ ทำใจกายให้เบิกบาน แจ่มใส  ถือศีล๕สวดมนต์ภาวนา ใส่บาตรพระหรือทำบุญเลี้ยงพระ  ถวายสังฆทาน  ( ตามอายุบวก๑ หรือตามกำลังศรัทธา) อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ  เจ้ากรรมนายเวร   การให้ชีวิตร่วมบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ ปล่อยปลาโดยเฉพาะปลาที่เขากำลังจะฆ่าจะได้อานิสงส์มาก ร่วมบุญเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้แรงงานของตนเองเพื่อส่วนรวม สิ่งสำคัญที่สุดคือกราบขอพรบิดามารดา เป็นมงคลอันสูงสุด

พิธีทำบุญวันเกิด พิธีทำบุญวันเกิดนี้ทำได้ทั้งที่บ้านและที่วัด จำนวนพระในพิธีมี5 รูป 7 รูป หรือ 9 รูป แล้วแต่ความประสงค์ของเจ้าของวันเกิด หรือเจ้าภาพบางท่านก็จะนิมนต์พระสงฆ์เกินกว่าอายุในปีเกิดเพิ่มอีก  1 รูป

การเตรียมการ
1)           จัดเตรียมสถานที่ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม
2)           โต๊ะหมู่บูชาพร้อมเครื่องนมัสการ (เช่นเดียวกับพิธีมงคล)
3)           อาสนะพระสงฆ์
4)           เตรียมนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์๕ รูป ๗ รูป ๙ รูป หรือตามความประสงค์
5)           ครอบสำหรับทำน้ำพระพุทธมนต์หรือบาตรสำหรับทำน้ำพระพุทธมนต์
6)           กำหญ้าคาสำหรับประพรมน้ำพระพุทธมนต์
7)           ด้ายสายสิญจน์พร้อมพานรองสายสิญจน์
8)           เครื่องรับรองพระสงฆ์
9)           ภัตตาหารสำหรับถวายพระสงฆ์
10)        เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม
11)        ที่กรวดน้ำ เชิงเทียนชนวน

แนวทางการปฏิบัติงาน
1)           เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีพร้อมกัน
2)           เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย (กราบ ๓ ครั้ง)
3)           เจ้าภาพถวายพัดรอง หรือตาลปัตรที่ระลึก (ถ้ามี)
4)           ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล
5)           ประธานสงฆ์ให้ศีลคู่มือการปฏิบัติศาสนพิธีเบื้องต้น
6)           เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีประนมมือรับศีลพร้อมกัน
7)           ศาสนพิธีกรอาราธนาพระปริตร
8)           พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
9)           ศาสนพิธีเชิญเจ้าภาพจุดเทียนน้ำ (เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ใกล้จะจบ นโม 8 บท และพระสงฆ์จะขึ้นบท “อเสวนา จ พาลานํ...”
10)        เจ้าภาพบูชาข้าวพระพุทธ
11)        เจ้าภาพประเคนภัตตาหารแด่พระสงฆ์
12)        พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จเรียบร้อย
13)        ศาสนพิธีนำเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม มาเรียงไว้ณ เบื้องหน้าพระสงฆ์ทุกรูป
14)        เชิญเจ้าภาพถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
15)        พระสงฆ์อนุโมทนา
16)        เจ้าภาพกรวดน้ำ-รับพร
17)        เจ้าภาพรับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์จากพระสงฆ์ (ขณะประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ให้แก่เจ้าภาพ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา)
18)        เจ้าภาพส่งพระสงฆ์
19)        เสร็จพิธี
20)        จากนั้น จะมีการปล่อยนก ปล่อยปลา หรือเต่า แล้วแต่ความประสงค์)

พิธีทำบุญครบรอบวัยเบญจเพส 25ปี  อายุครบ   60 และครบรอบ 
การทำบุญอายุ มักนิยมทำกัน เมื่ออายุ 25 ปี ซึ่งเรียกว่าเบญจเพส (แปลว่า 25) เป็นวัยที่ก้าวสู่สภาวะผู้ใหญ่ มีการกล่าวถึงว่าถ้าครบเบญจเพสดีก็ดีสุด ๆ แต่ถ้าไม่ดีก็จะประสบเหตุการณ์ไม่ดีต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้จึงนิยมมีการทำบุญเมื่ออายุครบ 25 ปีเพื่อส่งเสริมให้เจริญงอกงาม และปลอดภัยจากสิ่งเคราะห์ร้ายทั้งปวง ต่อจากนั้นก็ทำเมื่ออายุ  60 ปีอีกครั้งหนึ่ง เพราะถือกันว่าตอนอายุย่างเข้ากึ่งหนึ่งของศตวรรษแล้ว และเจริญมากถึงที่สุดแล้ว ทำเพื่อเป็นสิริมงคลเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ของชีวิตอีกครั้ง  และผู้สูงอายุจะได้ระลึกถึงความดี บุญกุศลที่ท่านได้ทำ เมื่อถึงเวลาที่ท่านต้องไปจะได้ไปสู่สุขคติ  อนึ่งการทำบุญอายุนี้ บางทีทำกันเมื่อมีอายุครบ 2รอบ 3 รอบ 4 รอบ ไปจนถึง 5-6 รอบฯลฯ รอบหนึ่งมี 12ปี เช่นอายุครบ 24,36,48,60,72,84,96,108  เป็นต้น

วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด  ทำเหมือนกับการปฏิบัติทำบุญวันเกิดทั่วไปแต่คนไทยถือมากในเรื่องของเบญจเพส คืออายุครบ 25ปีก็จะเข้าวัดถือศีล 4 ศีล๘  บางท่านก็ออกบวชเพื่อให้บารมีคุณพระรัตนตรัยคุ้มครอง   สำหรับการทำบุญของผู้ที่เกษียณงานในวัย 60 ปีนั้นเป็นวาระที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ก็จะจัดทำบุญตามประเพณีที่นิยม

พิธีทำบุญ
การเตรียมการ
1)           เครื่องพิธีสงฆ์
2)           เครื่องบูชาเทวดา
(1)         บายศรีปากชาม
(2)         เครื่องมัจฉมังสะ 6 (กุ้ง ปูปลา หัวหมูเป็ด และไก่)
(3)         ขนม นม และเนย (ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ขนมหูช้าง ขนมเล็บมือนาง
มะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำไทย หรือกล้วยน้ำว้า ผลไม้ต่าง ๆ ที่มีชื่อเป็นมงคล นม เนย ขนมทองหยิบ ขนมทองหยอด ขนมฝอยทอง เป็นต้น
(4)         เครื่องรับเทวดา คือ ภาชนะใส่น้ำ 1 ที่ หมากและพลู
(5)         ธงใหญ่ ธงประจำเทวดานพเคราะห์ธงเล็ก (ธงสีต่าง ๆ) ตามกำลังวัน (ธงใหญ่ 9 ธง ธงเล็ก 108ธง) พร้อมทั้งกระทงบัตรพลีเครื่องบูชาเทวดาเหล่านี้ตั้งไว้บนโต๊ะที่ปูผ้าขาวแล้ว
3)           ธูป เทียน สำหับพิธีคือ เทียนชัย เทียนมงคล อย่างละ 1 เล่ม
4)           ธูป เทียน สำหรับบูชาเทวดานพเคราะห์อย่างละ 108
5)           ขันสาครขนาดใหญ่ 1 ขัน
6)           ตู้เทียนชัย 1 ตู้
7)           เตรียมหาฤกษ์เนื่องจากการจุดเทียนชัยจะต้องมีฤกษ์ในการประกอบพิธี
8)           เตรียมนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
9)           จตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์

แนวทางการปฏิบัติงาน
1)           เมื่อถึงเวลาตามกำหนดเจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีพร้อมกัน
2)           เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย (กราบ 3 ครั้ง)
3)           ถวายพัดรองที่ระลึก (ถ้ามี)
4)           ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล
5)           เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีรับศีลพร้อมกัน
6)           เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาเทวดานพเคราะห์
7)           โหราจารย์หรือพราหมณ์กล่าว ชุมนุมเทวดา (สคฺเค กาเม...) จบ
8)           ศาสนพิธีกรอาราธนาพระปริตร
9)           พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
10)        ศาสนพิธีกรส่งเทียนชนวนให้เจ้าภาพจุดเทียนชัย และเทียนมงคล (เมื่อพระสงฆ์ขึ้นบท สรณคมน์(พุทฺธํ...)
11)        เจ้าภาพจุดเทียนชัย และเทียนมงคล
12)        พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สลับกับโหราจารย์หรือพราหมณ์สวดบูชานพเคราะห์ ดังนี้
(1)         โหรบูชาพระอาทิตย์                             พระสงฆ์สวดโมรปริตร
(2)         โหรบูชาพระจันทร์                                พระสงฆ์สวดอภยปริตร
(3)          โหรบูชาพระอังคาร              พระสงฆ์สวดกรณียเมตตสูตร
(4)         โหรบูชาพระพุธ    พระสงฆ์สวดขันธปริตร
(5)         โหรบูชาพระเสาร์ พระสงฆ์สวดอังคุลิมาลปริตร
(6)         โหรบูชาพระพฤหัสบดี         พระสงฆ์สวดรตนสูตร
(7)         โหรบูชาพระศุกร์  พระสงฆ์สวดอาฏานาฏิยปริตร
(8)         โหรบูชาพระราหู   พระสงฆ์สวด ดังนี้
กลางคืน สวดจันทปริตร
กลางวัน สวดสุริยปริตร
(9)         โหรบูชาพระเกตุ   พระสงฆ์สวดชยปริตร
10)        เมื่อพระสงฆ์สวดพระปริตรประจำนพเคราะห์องค์ใด เจ้าภาพหรือผู้แทน จุดธูป เทียนเท่ากับกำลังพระเคราะห์องค์นั้น ๆ และเมื่อพระสงฆ์ขัดตำนานบท รตนสูตร เจ้าภาพ จุดเทียนน้ำพระพุทธมนต์
14)        เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบ
15)        ศาสนพิธีกรวางเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมเบื้องหน้าพระสงฆ์
16)        เจ้าภาพประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม
17)        พระสงฆ์อนุโมทนา
18)        เจ้าภาพกรวดน้ำ-รับพร
19)        นำน้ำพระพุทธมนต์เติมลงในน้ำเทพมนต์
20)        ได้ฤกษ์หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ นิมนต์ประธานสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ (ขณะนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ์)
21)        ผู้ที่เคารพนับถือหลั่งน้ำพระพุทธมนต์
22)        เสร็จพิธี

หมายเหตุ
1)           เทียนชัย สูงเท่าตัวเจ้าภาพ หนัก 80 บาท ไส้เทียนเท่าอายุ บวก 1 (อายุ 60 ไส้ ๖๑ เส้น)
2)           เทียนมงคล สูงเท่ากับความยาวที่วัดโดยรอบศีรษะเจ้าภาพ หนัก 32 บาท ไส้เทียน เท่าอายุ (ตั้งอยู่ในขันสาคร)
3)           เทียนกำลังนพเคราะห์ใช้เทียนขี้ผึ้งหนักเล่มละ 1 สลึง ยาวขนาดนิ้วชี้โดยประมาณ จำนวน 108 เล่ม
4)           เทียนหนักเล่มละ 1บาท 20 เล่ม สำหรับปักที่บัตรพลี๙ เล่ม เทียนน้ำมนต์2 เล่ม เทียนชนวน2 เล่ม
5)           เทียนนพเคราะห์ 108เล่ม ใช้จุดและปักที่ขอบขันสาครเป็นน้ำเทพมนต์ ทุกครั้งที่ โหราจารย์หรือพราหมณ์สวดบูชานพเคราะห์จะใช้กี่เล่มจุดบูชาตามกำลังวัน
6)           กำลังนพเคราะห์มีดังนี้พระอาทิตย์ ๖ พระจันทร์ ๑๕ พระอังคาร ๘ พระพุธ ๑๗ พระพฤหัสบดี๑๙ พระศุกร์๒๑ พระเสาร์๑๐ พระราหู๑๒ พระเกตุ๙ บทความจากคู่มือการปฏิบัติศาสนพิธีเบื้องต้น  กรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรม
   
การทำบุญครบรอบวันเกิด
วันเกิดเป็นวันสำคัญ ของชีวิต เมื่อวันคล้ายวันเกิดเวียนมาครบรอบ  สำหรับชาวพุทธมีความเชื่อว่าการทำบุญจะเพิ่มความเป็นสิริมงคล ทำให้ชีวิตยืนยาว และเจริญรุ่งเรือง ยังเป็นการเริ่มต้นสำหรับอายุปีต่อไปด้วย

การทำบุญวันเกิดเริ่มตั้งแต่สมัยพุทธกาล มีพราหมณ์  2 สามีภรรยา พาลูกไปหาเพื่อนพราหมณ์ในป่า และบอกว่าลูกจะเสียชีวิตใน ๗วัน จึงแนะนำให้ไปกราบพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ได้แนะ ให้นิมนต์พระสงฆ์ สวดพระปริตรตลอด ๗ วัน ในวันสุดท้าย พระพุทธองค์ทรงเสด็จ ด้วยพระองค์เอง  เด็กฟังพระปริตรครบ๗วัน   ก็อยู่รอดปลอดภัยมีอายุถึง 120 ปี

สำหรับประเทศไทยเริ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งยังผนวชอยู่ โดยทรงมีพระราชดำริว่า การที่คนเรามีอายุวนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง โดยไม่ตายไปเสียก่อน ถือเป็นลาภอันประเสริฐจึงควรยินดี และบำเพ็ญกุศล ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น จึงทำให้เกิดการทำบุญวันเกิดที่เรียกว่า เฉลิมพระชนมพรรษา ขึ้น โดยมีการสวดมนต์เลี้ยงพระจำนวน 10 รูป และถวายสิ่งของแก่พระสงฆ์ สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

วิธีปฏิบัติ ในการทำบุญวันเกิด นั้น ถ้าจะได้อานิสงส์ เริ่มต้นจากการ ทำใจกายให้เบิกบาน แจ่มใส  ถือศีล๕สวดมนต์ภาวนา ใส่บาตรพระหรือทำบุญเลี้ยงพระ  ถวายสังฆทาน  ( ตามอายุบวก๑ หรือตามกำลังศรัทธา) อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ  เจ้ากรรมนายเวร   การให้ชีวิตร่วมบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ ปล่อยปลาโดยเฉพาะปลาที่เขากำลังจะฆ่าจะได้อานิสงส์มาก ร่วมบุญเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้แรงงานของตนเองเพื่อส่วนรวม สิ่งสำคัญที่สุดคือกราบขอพรบิดามารดา เป็นมงคลอันสูงสุด

พิธีทำบุญวันเกิด พิธีทำบุญวันเกิดนี้ทำได้ทั้งที่บ้านและที่วัด จำนวนพระในพิธีมี5 รูป 7 รูป หรือ 9 รูป แล้วแต่ความประสงค์ของเจ้าของวันเกิด หรือเจ้าภาพบางท่านก็จะนิมนต์พระสงฆ์เกินกว่าอายุในปีเกิดเพิ่มอีก  1 รูป

การเตรียมการ
1)           จัดเตรียมสถานที่ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม
2)           โต๊ะหมู่บูชาพร้อมเครื่องนมัสการ (เช่นเดียวกับพิธีมงคล)
3)           อาสนะพระสงฆ์
4)           เตรียมนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์๕ รูป ๗ รูป ๙ รูป หรือตามความประสงค์
5)           ครอบสำหรับทำน้ำพระพุทธมนต์หรือบาตรสำหรับทำน้ำพระพุทธมนต์
6)           กำหญ้าคาสำหรับประพรมน้ำพระพุทธมนต์
7)           ด้ายสายสิญจน์พร้อมพานรองสายสิญจน์
8)           เครื่องรับรองพระสงฆ์
9)           ภัตตาหารสำหรับถวายพระสงฆ์
10)        เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม
11)        ที่กรวดน้ำ เชิงเทียนชนวน

แนวทางการปฏิบัติงาน
1)           เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีพร้อมกัน
2)           เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย (กราบ ๓ ครั้ง)
3)           เจ้าภาพถวายพัดรอง หรือตาลปัตรที่ระลึก (ถ้ามี)
4)           ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล
5)           ประธานสงฆ์ให้ศีลคู่มือการปฏิบัติศาสนพิธีเบื้องต้น
6)           เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีประนมมือรับศีลพร้อมกัน
7)           ศาสนพิธีกรอาราธนาพระปริตร
8)           พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
9)           ศาสนพิธีเชิญเจ้าภาพจุดเทียนน้ำ (เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ใกล้จะจบ นโม 8 บท และพระสงฆ์จะขึ้นบท “อเสวนา จ พาลานํ...”
10)        เจ้าภาพบูชาข้าวพระพุทธ
11)        เจ้าภาพประเคนภัตตาหารแด่พระสงฆ์
12)        พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จเรียบร้อย
13)        ศาสนพิธีนำเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม มาเรียงไว้ณ เบื้องหน้าพระสงฆ์ทุกรูป
14)        เชิญเจ้าภาพถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
15)        พระสงฆ์อนุโมทนา
16)        เจ้าภาพกรวดน้ำ-รับพร
17)        เจ้าภาพรับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์จากพระสงฆ์ (ขณะประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ให้แก่เจ้าภาพ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา)
18)        เจ้าภาพส่งพระสงฆ์
19)        เสร็จพิธี
20)        จากนั้น จะมีการปล่อยนก ปล่อยปลา หรือเต่า แล้วแต่ความประสงค์)

พิธีทำบุญครบรอบวัยเบญจเพส 25ปี  อายุครบ   60 และครบรอบ 
การทำบุญอายุ มักนิยมทำกัน เมื่ออายุ 25 ปี ซึ่งเรียกว่าเบญจเพส (แปลว่า 25) เป็นวัยที่ก้าวสู่สภาวะผู้ใหญ่ มีการกล่าวถึงว่าถ้าครบเบญจเพสดีก็ดีสุด ๆ แต่ถ้าไม่ดีก็จะประสบเหตุการณ์ไม่ดีต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้จึงนิยมมีการทำบุญเมื่ออายุครบ 25 ปีเพื่อส่งเสริมให้เจริญงอกงาม และปลอดภัยจากสิ่งเคราะห์ร้ายทั้งปวง ต่อจากนั้นก็ทำเมื่ออายุ  60 ปีอีกครั้งหนึ่ง เพราะถือกันว่าตอนอายุย่างเข้ากึ่งหนึ่งของศตวรรษแล้ว และเจริญมากถึงที่สุดแล้ว ทำเพื่อเป็นสิริมงคลเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ของชีวิตอีกครั้ง  และผู้สูงอายุจะได้ระลึกถึงความดี บุญกุศลที่ท่านได้ทำ เมื่อถึงเวลาที่ท่านต้องไปจะได้ไปสู่สุขคติ  อนึ่งการทำบุญอายุนี้ บางทีทำกันเมื่อมีอายุครบ 2รอบ 3 รอบ 4 รอบ ไปจนถึง 5-6 รอบฯลฯ รอบหนึ่งมี 12ปี เช่นอายุครบ 24,36,48,60,72,84,96,108  เป็นต้น

วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด  ทำเหมือนกับการปฏิบัติทำบุญวันเกิดทั่วไปแต่คนไทยถือมากในเรื่องของเบญจเพส คืออายุครบ 25ปีก็จะเข้าวัดถือศีล 4 ศีล๘  บางท่านก็ออกบวชเพื่อให้บารมีคุณพระรัตนตรัยคุ้มครอง   สำหรับการทำบุญของผู้ที่เกษียณงานในวัย 60 ปีนั้นเป็นวาระที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ก็จะจัดทำบุญตามประเพณีที่นิยม

พิธีทำบุญ
การเตรียมการ
1)           เครื่องพิธีสงฆ์
2)           เครื่องบูชาเทวดา
(1)         บายศรีปากชาม
(2)         เครื่องมัจฉมังสะ 6 (กุ้ง ปูปลา หัวหมูเป็ด และไก่)
(3)         ขนม นม และเนย (ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ขนมหูช้าง ขนมเล็บมือนาง
มะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำไทย หรือกล้วยน้ำว้า ผลไม้ต่าง ๆ ที่มีชื่อเป็นมงคล นม เนย ขนมทองหยิบ ขนมทองหยอด ขนมฝอยทอง เป็นต้น
(4)         เครื่องรับเทวดา คือ ภาชนะใส่น้ำ 1 ที่ หมากและพลู
(5)         ธงใหญ่ ธงประจำเทวดานพเคราะห์ธงเล็ก (ธงสีต่าง ๆ) ตามกำลังวัน (ธงใหญ่ 9 ธง ธงเล็ก 108ธง) พร้อมทั้งกระทงบัตรพลีเครื่องบูชาเทวดาเหล่านี้ตั้งไว้บนโต๊ะที่ปูผ้าขาวแล้ว
3)           ธูป เทียน สำหับพิธีคือ เทียนชัย เทียนมงคล อย่างละ 1 เล่ม
4)           ธูป เทียน สำหรับบูชาเทวดานพเคราะห์อย่างละ 108
5)           ขันสาครขนาดใหญ่ 1 ขัน
6)           ตู้เทียนชัย 1 ตู้
7)           เตรียมหาฤกษ์เนื่องจากการจุดเทียนชัยจะต้องมีฤกษ์ในการประกอบพิธี
8)           เตรียมนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
9)           จตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์

แนวทางการปฏิบัติงาน
1)           เมื่อถึงเวลาตามกำหนดเจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีพร้อมกัน
2)           เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย (กราบ 3 ครั้ง)
3)           ถวายพัดรองที่ระลึก (ถ้ามี)
4)           ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล
5)           เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีรับศีลพร้อมกัน
6)           เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาเทวดานพเคราะห์
7)           โหราจารย์หรือพราหมณ์กล่าว ชุมนุมเทวดา (สคฺเค กาเม...) จบ
8)           ศาสนพิธีกรอาราธนาพระปริตร
9)           พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
10)        ศาสนพิธีกรส่งเทียนชนวนให้เจ้าภาพจุดเทียนชัย และเทียนมงคล (เมื่อพระสงฆ์ขึ้นบท สรณคมน์(พุทฺธํ...)
11)        เจ้าภาพจุดเทียนชัย และเทียนมงคล
12)        พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สลับกับโหราจารย์หรือพราหมณ์สวดบูชานพเคราะห์ ดังนี้
(1)         โหรบูชาพระอาทิตย์                             พระสงฆ์สวดโมรปริตร
(2)         โหรบูชาพระจันทร์                                พระสงฆ์สวดอภยปริตร
(3)          โหรบูชาพระอังคาร              พระสงฆ์สวดกรณียเมตตสูตร
(4)         โหรบูชาพระพุธ    พระสงฆ์สวดขันธปริตร
(5)         โหรบูชาพระเสาร์ พระสงฆ์สวดอังคุลิมาลปริตร
(6)         โหรบูชาพระพฤหัสบดี         พระสงฆ์สวดรตนสูตร
(7)         โหรบูชาพระศุกร์  พระสงฆ์สวดอาฏานาฏิยปริตร
(8)         โหรบูชาพระราหู   พระสงฆ์สวด ดังนี้
กลางคืน สวดจันทปริตร
กลางวัน สวดสุริยปริตร
(9)         โหรบูชาพระเกตุ   พระสงฆ์สวดชยปริตร
10)        เมื่อพระสงฆ์สวดพระปริตรประจำนพเคราะห์องค์ใด เจ้าภาพหรือผู้แทน จุดธูป เทียนเท่ากับกำลังพระเคราะห์องค์นั้น ๆ และเมื่อพระสงฆ์ขัดตำนานบท รตนสูตร เจ้าภาพ จุดเทียนน้ำพระพุทธมนต์
14)        เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบ
15)        ศาสนพิธีกรวางเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมเบื้องหน้าพระสงฆ์
16)        เจ้าภาพประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม
17)        พระสงฆ์อนุโมทนา
18)        เจ้าภาพกรวดน้ำ-รับพร
19)        นำน้ำพระพุทธมนต์เติมลงในน้ำเทพมนต์
20)        ได้ฤกษ์หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ นิมนต์ประธานสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ (ขณะนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ์)
21)        ผู้ที่เคารพนับถือหลั่งน้ำพระพุทธมนต์
22)        เสร็จพิธี

หมายเหตุ
1)           เทียนชัย สูงเท่าตัวเจ้าภาพ หนัก 80 บาท ไส้เทียนเท่าอายุ บวก 1 (อายุ 60 ไส้ ๖๑ เส้น)
2)           เทียนมงคล สูงเท่ากับความยาวที่วัดโดยรอบศีรษะเจ้าภาพ หนัก 32 บาท ไส้เทียน เท่าอายุ (ตั้งอยู่ในขันสาคร)
3)           เทียนกำลังนพเคราะห์ใช้เทียนขี้ผึ้งหนักเล่มละ 1 สลึง ยาวขนาดนิ้วชี้โดยประมาณ จำนวน 108 เล่ม
4)           เทียนหนักเล่มละ 1บาท 20 เล่ม สำหรับปักที่บัตรพลี๙ เล่ม เทียนน้ำมนต์2 เล่ม เทียนชนวน2 เล่ม
5)           เทียนนพเคราะห์ 108เล่ม ใช้จุดและปักที่ขอบขันสาครเป็นน้ำเทพมนต์ ทุกครั้งที่ โหราจารย์หรือพราหมณ์สวดบูชานพเคราะห์จะใช้กี่เล่มจุดบูชาตามกำลังวัน
6)           กำลังนพเคราะห์มีดังนี้พระอาทิตย์ ๖ พระจันทร์ ๑๕ พระอังคาร ๘ พระพุธ ๑๗ พระพฤหัสบดี๑๙ พระศุกร์๒๑ พระเสาร์๑๐ พระราหู๑๒ พระเกตุ๙ บทความจากคู่มือการปฏิบัติศาสนพิธีเบื้องต้น  กรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรม
   

การทำบุญครบรอบวันเกิด
วันเกิดเป็นวันสำคัญ ของชีวิต เมื่อวันคล้ายวันเกิดเวียนมาครบรอบ  สำหรับชาวพุทธมีความเชื่อว่าการทำบุญจะเพิ่มความเป็นสิริมงคล ทำให้ชีวิตยืนยาว และเจริญรุ่งเรือง ยังเป็นการเริ่มต้นสำหรับอายุปีต่อไปด้วย

การทำบุญวันเกิดเริ่มตั้งแต่สมัยพุทธกาล มีพราหมณ์  2 สามีภรรยา พาลูกไปหาเพื่อนพราหมณ์ในป่า และบอกว่าลูกจะเสียชีวิตใน ๗วัน จึงแนะนำให้ไปกราบพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ได้แนะ ให้นิมนต์พระสงฆ์ สวดพระปริตรตลอด ๗ วัน ในวันสุดท้าย พระพุทธองค์ทรงเสด็จ ด้วยพระองค์เอง  เด็กฟังพระปริตรครบ๗วัน   ก็อยู่รอดปลอดภัยมีอายุถึง 120 ปี

สำหรับประเทศไทยเริ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งยังผนวชอยู่ โดยทรงมีพระราชดำริว่า การที่คนเรามีอายุวนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง โดยไม่ตายไปเสียก่อน ถือเป็นลาภอันประเสริฐจึงควรยินดี และบำเพ็ญกุศล ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น จึงทำให้เกิดการทำบุญวันเกิดที่เรียกว่า เฉลิมพระชนมพรรษา ขึ้น โดยมีการสวดมนต์เลี้ยงพระจำนวน 10 รูป และถวายสิ่งของแก่พระสงฆ์ สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

วิธีปฏิบัติ ในการทำบุญวันเกิด นั้น ถ้าจะได้อานิสงส์ เริ่มต้นจากการ ทำใจกายให้เบิกบาน แจ่มใส  ถือศีล๕สวดมนต์ภาวนา ใส่บาตรพระหรือทำบุญเลี้ยงพระ  ถวายสังฆทาน  ( ตามอายุบวก๑ หรือตามกำลังศรัทธา) อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ  เจ้ากรรมนายเวร   การให้ชีวิตร่วมบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ ปล่อยปลาโดยเฉพาะปลาที่เขากำลังจะฆ่าจะได้อานิสงส์มาก ร่วมบุญเพื่อสาธารณประโยชน์ ใช้แรงงานของตนเองเพื่อส่วนรวม สิ่งสำคัญที่สุดคือกราบขอพรบิดามารดา เป็นมงคลอันสูงสุด

พิธีทำบุญวันเกิด พิธีทำบุญวันเกิดนี้ทำได้ทั้งที่บ้านและที่วัด จำนวนพระในพิธีมี5 รูป 7 รูป หรือ 9 รูป แล้วแต่ความประสงค์ของเจ้าของวันเกิด หรือเจ้าภาพบางท่านก็จะนิมนต์พระสงฆ์เกินกว่าอายุในปีเกิดเพิ่มอีก  1 รูป

การเตรียมการ
1)           จัดเตรียมสถานที่ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม
2)           โต๊ะหมู่บูชาพร้อมเครื่องนมัสการ (เช่นเดียวกับพิธีมงคล)
3)           อาสนะพระสงฆ์
4)           เตรียมนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์๕ รูป ๗ รูป ๙ รูป หรือตามความประสงค์
5)           ครอบสำหรับทำน้ำพระพุทธมนต์หรือบาตรสำหรับทำน้ำพระพุทธมนต์
6)           กำหญ้าคาสำหรับประพรมน้ำพระพุทธมนต์
7)           ด้ายสายสิญจน์พร้อมพานรองสายสิญจน์
8)           เครื่องรับรองพระสงฆ์
9)           ภัตตาหารสำหรับถวายพระสงฆ์
10)        เครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม
11)        ที่กรวดน้ำ เชิงเทียนชนวน

แนวทางการปฏิบัติงาน
1)           เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีพร้อมกัน
2)           เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย (กราบ ๓ ครั้ง)
3)           เจ้าภาพถวายพัดรอง หรือตาลปัตรที่ระลึก (ถ้ามี)
4)           ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล
5)           ประธานสงฆ์ให้ศีลคู่มือการปฏิบัติศาสนพิธีเบื้องต้น
6)           เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีประนมมือรับศีลพร้อมกัน
7)           ศาสนพิธีกรอาราธนาพระปริตร
8)           พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
9)           ศาสนพิธีเชิญเจ้าภาพจุดเทียนน้ำ (เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ใกล้จะจบ นโม 8 บท และพระสงฆ์จะขึ้นบท “อเสวนา จ พาลานํ...”
10)        เจ้าภาพบูชาข้าวพระพุทธ
11)        เจ้าภาพประเคนภัตตาหารแด่พระสงฆ์
12)        พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จเรียบร้อย
13)        ศาสนพิธีนำเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม มาเรียงไว้ณ เบื้องหน้าพระสงฆ์ทุกรูป
14)        เชิญเจ้าภาพถวายจตุปัจจัยไทยธรรม
15)        พระสงฆ์อนุโมทนา
16)        เจ้าภาพกรวดน้ำ-รับพร
17)        เจ้าภาพรับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์จากพระสงฆ์ (ขณะประพรมน้ำพระพุทธมนต์ ให้แก่เจ้าภาพ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา)
18)        เจ้าภาพส่งพระสงฆ์
19)        เสร็จพิธี
20)        จากนั้น จะมีการปล่อยนก ปล่อยปลา หรือเต่า แล้วแต่ความประสงค์)

พิธีทำบุญครบรอบวัยเบญจเพส 25ปี  อายุครบ   60 และครบรอบ 
การทำบุญอายุ มักนิยมทำกัน เมื่ออายุ 25 ปี ซึ่งเรียกว่าเบญจเพส (แปลว่า 25) เป็นวัยที่ก้าวสู่สภาวะผู้ใหญ่ มีการกล่าวถึงว่าถ้าครบเบญจเพสดีก็ดีสุด ๆ แต่ถ้าไม่ดีก็จะประสบเหตุการณ์ไม่ดีต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้จึงนิยมมีการทำบุญเมื่ออายุครบ 25 ปีเพื่อส่งเสริมให้เจริญงอกงาม และปลอดภัยจากสิ่งเคราะห์ร้ายทั้งปวง ต่อจากนั้นก็ทำเมื่ออายุ  60 ปีอีกครั้งหนึ่ง เพราะถือกันว่าตอนอายุย่างเข้ากึ่งหนึ่งของศตวรรษแล้ว และเจริญมากถึงที่สุดแล้ว ทำเพื่อเป็นสิริมงคลเป็นการทำบุญครั้งใหญ่ของชีวิตอีกครั้ง  และผู้สูงอายุจะได้ระลึกถึงความดี บุญกุศลที่ท่านได้ทำ เมื่อถึงเวลาที่ท่านต้องไปจะได้ไปสู่สุขคติ  อนึ่งการทำบุญอายุนี้ บางทีทำกันเมื่อมีอายุครบ 2รอบ 3 รอบ 4 รอบ ไปจนถึง 5-6 รอบฯลฯ รอบหนึ่งมี 12ปี เช่นอายุครบ 24,36,48,60,72,84,96,108  เป็นต้น

วิธีปฏิบัติในการทำบุญวันเกิด  ทำเหมือนกับการปฏิบัติทำบุญวันเกิดทั่วไปแต่คนไทยถือมากในเรื่องของเบญจเพส คืออายุครบ 25ปีก็จะเข้าวัดถือศีล 4 ศีล๘  บางท่านก็ออกบวชเพื่อให้บารมีคุณพระรัตนตรัยคุ้มครอง   สำหรับการทำบุญของผู้ที่เกษียณงานในวัย 60 ปีนั้นเป็นวาระที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ก็จะจัดทำบุญตามประเพณีที่นิยม

พิธีทำบุญ
การเตรียมการ
1)           เครื่องพิธีสงฆ์
2)           เครื่องบูชาเทวดา
(1)         บายศรีปากชาม
(2)         เครื่องมัจฉมังสะ 6 (กุ้ง ปูปลา หัวหมูเป็ด และไก่)
(3)         ขนม นม และเนย (ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ขนมหูช้าง ขนมเล็บมือนาง
มะพร้าวอ่อน กล้วยน้ำไทย หรือกล้วยน้ำว้า ผลไม้ต่าง ๆ ที่มีชื่อเป็นมงคล นม เนย ขนมทองหยิบ ขนมทองหยอด ขนมฝอยทอง เป็นต้น
(4)         เครื่องรับเทวดา คือ ภาชนะใส่น้ำ 1 ที่ หมากและพลู
(5)         ธงใหญ่ ธงประจำเทวดานพเคราะห์ธงเล็ก (ธงสีต่าง ๆ) ตามกำลังวัน (ธงใหญ่ 9 ธง ธงเล็ก 108ธง) พร้อมทั้งกระทงบัตรพลีเครื่องบูชาเทวดาเหล่านี้ตั้งไว้บนโต๊ะที่ปูผ้าขาวแล้ว
3)           ธูป เทียน สำหับพิธีคือ เทียนชัย เทียนมงคล อย่างละ 1 เล่ม
4)           ธูป เทียน สำหรับบูชาเทวดานพเคราะห์อย่างละ 108
5)           ขันสาครขนาดใหญ่ 1 ขัน
6)           ตู้เทียนชัย 1 ตู้
7)           เตรียมหาฤกษ์เนื่องจากการจุดเทียนชัยจะต้องมีฤกษ์ในการประกอบพิธี
8)           เตรียมนิมนต์พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
9)           จตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์

แนวทางการปฏิบัติงาน
1)           เมื่อถึงเวลาตามกำหนดเจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีพร้อมกัน
2)           เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย (กราบ 3 ครั้ง)
3)           ถวายพัดรองที่ระลึก (ถ้ามี)
4)           ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล
5)           เจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีรับศีลพร้อมกัน
6)           เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาเทวดานพเคราะห์
7)           โหราจารย์หรือพราหมณ์กล่าว ชุมนุมเทวดา (สคฺเค กาเม...) จบ
8)           ศาสนพิธีกรอาราธนาพระปริตร
9)           พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์
10)        ศาสนพิธีกรส่งเทียนชนวนให้เจ้าภาพจุดเทียนชัย และเทียนมงคล (เมื่อพระสงฆ์ขึ้นบท สรณคมน์(พุทฺธํ...)
11)        เจ้าภาพจุดเทียนชัย และเทียนมงคล
12)        พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สลับกับโหราจารย์หรือพราหมณ์สวดบูชานพเคราะห์ ดังนี้
(1)         โหรบูชาพระอาทิตย์                             พระสงฆ์สวดโมรปริตร
(2)         โหรบูชาพระจันทร์                                พระสงฆ์สวดอภยปริตร
(3)          โหรบูชาพระอังคาร              พระสงฆ์สวดกรณียเมตตสูตร
(4)         โหรบูชาพระพุธ    พระสงฆ์สวดขันธปริตร
(5)         โหรบูชาพระเสาร์ พระสงฆ์สวดอังคุลิมาลปริตร
(6)         โหรบูชาพระพฤหัสบดี         พระสงฆ์สวดรตนสูตร
(7)         โหรบูชาพระศุกร์  พระสงฆ์สวดอาฏานาฏิยปริตร
(8)         โหรบูชาพระราหู   พระสงฆ์สวด ดังนี้
กลางคืน สวดจันทปริตร
กลางวัน สวดสุริยปริตร
(9)         โหรบูชาพระเกตุ   พระสงฆ์สวดชยปริตร
10)        เมื่อพระสงฆ์สวดพระปริตรประจำนพเคราะห์องค์ใด เจ้าภาพหรือผู้แทน จุดธูป เทียนเท่ากับกำลังพระเคราะห์องค์นั้น ๆ และเมื่อพระสงฆ์ขัดตำนานบท รตนสูตร เจ้าภาพ จุดเทียนน้ำพระพุทธมนต์
14)        เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบ
15)        ศาสนพิธีกรวางเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมเบื้องหน้าพระสงฆ์
16)        เจ้าภาพประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม
17)        พระสงฆ์อนุโมทนา
18)        เจ้าภาพกรวดน้ำ-รับพร
19)        นำน้ำพระพุทธมนต์เติมลงในน้ำเทพมนต์
20)        ได้ฤกษ์หลั่งน้ำพระพุทธมนต์ นิมนต์ประธานสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ (ขณะนี้พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ์)
21)        ผู้ที่เคารพนับถือหลั่งน้ำพระพุทธมนต์
22)        เสร็จพิธี

หมายเหตุ
1)           เทียนชัย สูงเท่าตัวเจ้าภาพ หนัก 80 บาท ไส้เทียนเท่าอายุ บวก 1 (อายุ 60 ไส้ ๖๑ เส้น)
2)           เทียนมงคล สูงเท่ากับความยาวที่วัดโดยรอบศีรษะเจ้าภาพ หนัก 32 บาท ไส้เทียน เท่าอายุ (ตั้งอยู่ในขันสาคร)
3)           เทียนกำลังนพเคราะห์ใช้เทียนขี้ผึ้งหนักเล่มละ 1 สลึง ยาวขนาดนิ้วชี้โดยประมาณ จำนวน 108 เล่ม
4)           เทียนหนักเล่มละ 1บาท 20 เล่ม สำหรับปักที่บัตรพลี๙ เล่ม เทียนน้ำมนต์2 เล่ม เทียนชนวน2 เล่ม
5)           เทียนนพเคราะห์ 108เล่ม ใช้จุดและปักที่ขอบขันสาครเป็นน้ำเทพมนต์ ทุกครั้งที่ โหราจารย์หรือพราหมณ์สวดบูชานพเคราะห์จะใช้กี่เล่มจุดบูชาตามกำลังวัน
6)           กำลังนพเคราะห์มีดังนี้พระอาทิตย์ ๖ พระจันทร์ ๑๕ พระอังคาร ๘ พระพุธ ๑๗ พระพฤหัสบดี๑๙ พระศุกร์๒๑ พระเสาร์๑๐ พระราหู๑๒ พระเกตุ๙ บทความจากคู่มือการปฏิบัติศาสนพิธีเบื้องต้น  กรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรม