พิธีตั้งศาล



พระพรหมองค์เดิมที่ ประดิษฐาน ณ โรงแรมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ องค์เทพทำด้วยเซรามิก ประดิษฐานเมื่อวัน ที่ 9 พฤศจิกายน 2499 โหรที่กำหนดฤกษ์ประดิษฐาน คือ ท่านพลเรือตรีหลวง สุวิชาญแพทย์

พระพรหมองค์นี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปค่อนโลก มีผู้คนมา ขอพรและบนบานศาลกล่าวอย่างหนาแน่นไม่ขาดสาย ผู้คนมี ความเชื่อ ศรัทธา ประดุจเทพผู้วิเศษ และมักประทานสิ่งที่ร้องขอ ได้ดั่งใจหวัง

หลักตามประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติโดยทั่วไป จะต้องตั้งศาลให้ห่างบ้านเกินเงาแดด กล่าวคือ มิให้เงาบ้านทับเงาศาลหรือเงาศาลทับเงาบ้าน เนื่องจากพลังของศาลถือว่าเป็นเรื่องของวิญญาณไม่ควรเข้ามาทับหรือยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเคารพโดยเฉพาะพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ในบ้าน นอกจากนั้น ศาลรูปเคารพต้องไม่ให้อยู่ใกล้ หรือคนละฝั่งรั้วบ้าน หรืออาคารที่เป็นคูน้ำทิ้งไหลผ่าน หรือใกล้กองขยะหรือสิ่งปฏิกูล เนื่องจากบ้านเมืองมีความเจริญมากขึ้น ที่ดินแพงขึ้นอาคารแต่ละแห่งมีที่ว่างน้อย บ้านพักอาศัยก็สร้างเกือบเต็มพื้นที่ จึงหลีกเลี่ยงการที่เงาของศาลและบ้านจะทับกัน สามารถแก้ไขโดยการสร้างผนังเป็นกำแพงใกล้กับตัวศาล เพื่อป้องกันเงาของศาล และอาคารที่จะมาทับกัน โดยการใช้กำแพงที่สร้างขึ้นป้องกันมิให้เงาทับกันได้ ...สำหรับผู้มีศรัทธาแรงกล้า แต่ไม่มีสถานที่ตั้งศาลสามารถแก้ไขได้โดยการนำรูปเคารพมาประดิษสถานในห้องพระ หรือโต๊ะหมู่บูชา โดยตั้งให้ระดับต่ำกว่าพระพุทธรูป หรือตั้งอยู่ด้านซ้ายของพระกรพระพุทธรูปย่อมได้เช่นกัน ซึ่งมีค่าเท่าเทียมกับการตั้งศาลนอกบ้าน

เมื่อจะมีการตั้งศาล หรือเทวาลัยจะต้องจัดให้มีการเซ่นสรวง และบวงสรวงไปพร้อมๆกัน ...เพื่อบอกกล่าวเทพยดาหรือเทพยทูตที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวให้รับทราบ พร้อมทั้งอัญเชิญเทพองค์นั้นๆ แบ่งภาคมาสถิตในศาลหรือเทวาลัยที่ตั้งขึ้น กระทำการโดยพราหมณ์ หรือโหรพราหมณ์ ตามฤกษ์